ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ปั๊มน้ำที่บ้านเปิดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่ได้มีเหตุผลอะไรซับซ้อน แค่รู้สึกว่าปั๊มน้ำก็เป็นของที่ควรเปิดไว้ตลอดเหมือนตู้เย็น เปิดก๊อกเมื่อไหร่ก็ต้องมีน้ำใช้ แล้วจะปิดมันทำไม?
เราก็ใช้แบบนั้นมาเรื่อย ๆ โดยไม่เคยตั้งคำถาม จนวันหนึ่ง Pressure Switch ของปั๊มน้ำเสีย และทำให้ต้องลองใช้น้ำด้วยแรงดันจากระบบประปาตามปกติ
แล้วก็พบเรื่องที่ไม่เคยสังเกตมาตลอด 8 ปี
อ้าว...น้ำก็ไม่ได้อ่อนนี่นา
จริง ๆ แล้วบ้านเราอาจไม่ได้ต้องการปั๊มน้ำตลอดเวลา
หลังจากลองใช้น้ำโดยไม่เปิดปั๊ม พบว่าบริเวณชั้นล่างของบ้านมีแรงดันน้ำเพียงพอสำหรับการใช้งานตามปกติอยู่แล้ว
จุดที่รู้สึกถึงความแตกต่างจริง ๆ คือ ชั้น 2 ซึ่งถ้าไม่ใช้ปั๊ม แรงดันน้ำจะอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่พอมองพฤติกรรมการใช้งานจริงอีกที ชั้น 2 ของบ้านมีช่วงที่ต้องการแรงดันน้ำจากปั๊มหลัก ๆ เพียงวันละสองครั้ง คือ ช่วงเช้าและช่วงเย็น
คำถามใหม่จึงเกิดขึ้นทันที
ถ้าเราต้องการปั๊มน้ำจริง ๆ แค่บางช่วงของวัน แล้วทำไมต้องเปิดระบบทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง?
จากปั๊มน้ำธรรมดา ลองเพิ่ม Wi-Fi Switch หลักร้อย
แทนที่จะต้องเดินไปเปิดและปิดสวิตช์ปั๊มน้ำทุกครั้ง เราเลือกติดตั้ง Wi-Fi Switch Relay เข้ากับวงจรไฟของปั๊มน้ำ
ตัวที่บ้านเราใช้เป็น Tuya Basic Smart Switch / Smart Breaker WiFi รุ่น SBW ใช้งานร่วมกับแอป Smart Life และรองรับการสั่งงานผ่านระบบ Smart Home

ราคาที่ซื้อมาประมาณร้อยกว่าบาท แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนไม่ใช่ตัวปั๊มน้ำ มันเปลี่ยนวิธีที่เราใช้งานปั๊มมากกว่า
Wi-Fi Switch รุ่นที่บ้านเราใช้: ดูตัวอย่างสินค้าที่เราใช้
หมายเหตุ: อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบ้านอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกำลังไฟ ลักษณะโหลด และการติดตั้งให้เหมาะกับปั๊มน้ำของตัวเองก่อนใช้งาน
จะใช้เมื่อไหร่ ก็เปิดเมื่อนั้น
หลังติดตั้งแล้ว วิธีใช้งานของเราง่ายมาก เวลาต้องการใช้แรงดันน้ำบนชั้น 2 ก็สามารถเปิดปั๊มจากมือถือผ่าน Smart Life ได้ทันที
บางครั้งไม่อยากหยิบมือถือ ก็สั่งด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ให้เปิดปั๊มน้ำแทน
แต่ปัญหาหนึ่งของการเปิดด้วยวิธีนี้คือ ถ้าเปิดแล้วลืมปิดล่ะ?
เราเลยตั้ง Automation เพิ่มอีกอย่างว่า เมื่อเปิดปั๊มน้ำแล้ว ให้ปิดอัตโนมัติหลังจาก 30 นาที
กลายเป็นว่าเวลาจะใช้น้ำก็แค่เปิดปั๊ม ใช้งานตามปกติ แล้วไม่ต้องคิดถึงมันอีก เพราะครบ 30 นาทีระบบจะปิดให้เอง
Smart Home ที่ดี อาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน
หลังจากใช้แบบนี้ สิ่งที่รู้สึกไม่ได้มีแค่ว่า “บ้านฉลาดขึ้น” แต่รู้สึกว่าเราใช้ของในบ้านได้คุ้มค่าขึ้น
เราไม่ได้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้เพียงเพราะเคยทำแบบนั้นมาตลอด ต้องการแรงดันน้ำเมื่อไหร่ก็เปิด ใช้เสร็จระบบก็จัดการปิดให้เอง
ในแง่ค่าไฟ ต้องเข้าใจก่อนว่า การเปิดสวิตช์ปั๊มน้ำไว้ 24 ชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าปั๊มกินไฟเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมอเตอร์จะทำงานเมื่อระบบต้องสร้างแรงดันตามการใช้น้ำและการทำงานของตัวปั๊ม
ดังนั้นเราไม่ได้มองว่าการติด Wi-Fi Switch จะทำให้ค่าไฟลดลงแบบมหาศาล แต่สิ่งที่ได้แน่นอนคือ เราสามารถควบคุมได้ว่าช่วงไหนต้องการให้ระบบปั๊มน้ำพร้อมทำงาน และไม่ปล่อยให้มันเปิดอยู่โดยไม่มีความจำเป็นสำหรับรูปแบบการใช้น้ำของบ้านเรา
ในระยะยาว เราก็หวังว่าการลดช่วงเวลาที่ระบบถูกเปิดพร้อมทำงานโดยไม่จำเป็น จะช่วยลดการใช้งานและการสึกหรอของอุปกรณ์บางส่วนได้ด้วย
แต่ไม่ใช่ว่าทุกบ้านควรปิดปั๊มน้ำเหมือนเรา
สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ นี่เป็นวิธีที่เหมาะกับรูปแบบการใช้น้ำของบ้านเรา ไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านควรเปิดและปิดปั๊มน้ำแบบเดียวกัน
บางบ้านอาจมีแรงดันน้ำประปาต่ำจนต้องพึ่งปั๊มแทบทุกจุด บางบ้านมีหลายชั้น หรือมีคนใช้น้ำตลอดทั้งวัน การเปิดปั๊มไว้ตามปกติอาจสะดวกและเหมาะสมกว่า
และถ้าจะนำ Wi-Fi Relay มาใช้กับปั๊มน้ำ ต้องให้ความสำคัญกับสเปกของอุปกรณ์ด้วย เพราะปั๊มน้ำเป็นโหลดมอเตอร์ ซึ่งมีกระแสขณะเริ่มทำงานสูงกว่าการทำงานปกติ ไม่ควรเลือกอุปกรณ์จากค่า Watt เพียงอย่างเดียว
บ้านเราใช้ปั๊มน้ำ HITACHI ขนาด 150W แต่ไม่ได้หมายความว่า Wi-Fi Switch แบบเดียวกันจะเหมาะกับปั๊มทุกขนาดหรือทุกระบบ หากไม่แน่ใจเรื่องวงจรไฟและการเลือกอุปกรณ์ ควรให้ช่างไฟตรวจสอบและติดตั้งให้
บางที Smart Home เริ่มจากการตั้งคำถามกับสิ่งที่เราทำทุกวัน
ถ้า Pressure Switch ไม่เสียในวันนั้น เราอาจยังเปิดปั๊มน้ำ 24 ชั่วโมงต่อไปอีกหลายปีโดยไม่เคยคิดว่าจริง ๆ แล้วบ้านต้องการมันตลอดเวลาหรือเปล่า
สุดท้ายอุปกรณ์ Smart Home ราคาเพียงร้อยกว่าบาทไม่ได้ทำให้บ้านเปลี่ยนไปมากมาย แต่ทำให้เราสามารถใช้ปั๊มน้ำ เฉพาะเวลาที่ต้องการมันจริง ๆ

และนั่นอาจเป็นสิ่งที่เราชอบที่สุดจากการทำ Smart Home — ไม่ใช่การมีอุปกรณ์ที่สั่งด้วยเสียงได้เยอะที่สุด แต่คือการทำให้ของที่มีอยู่แล้วในบ้าน ทำงานเท่าที่จำเป็น และทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิม